เมษายน 22, 2021
ศิลปะการตกแต่งอาหาร

ศิลปะการตกแต่งอาหาร เพิ่มคุณค่าของเมนูให้สูงขึ้น

อาหาร ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญของมนุษย์ อาหารนอกจากสนองความต้องการทางกายของมนุษย์แล้ว อาหารยังสนองความต้องการทางด้านจิตใจ สังคมและวัฒนธรรม ดังนั้นในการบริโภคอาหารผู้จัดอาหารจึงต้องใช้ ศิลปะการตกแต่งอาหาร เพื่อใช้เป็นเครื่องจรรโลงใจ ในขณะเดียวกันศิลปะเกี่ยวกับการอาหาร ก็มีการใช้องค์ประกอบศิลปะเข้ามาร่วมด้วย

ฟู้ดสไตลิสต์ คืออะไร

ศิลปะการตกแต่งอาหาร

หน้าที่ของฟู้ดสไตลิสต์ (Food Stylist) คือ ตกแต่งอาหารให้สวยงาม ชวนรับประทาน ส่วนใหญ่มักทำงานร่วมกับเชฟ ในการแต่งจานเพื่อถ่ายภาพประชาสัมพันธ์ หากหน้าตาอาหารเป็นที่ดึงดูดแล้ว จะทำให้สามารถเพิ่มราคาอาหารให้สูงขึ้นตามไปด้วย

ฟู้ดสไตลิสต์ที่ดี ควรจะมีใจรักในการทำอาหาร เข้าใจธรรมชาติของวัตถุดิบ และวิธีการปรุงที่แตกต่างกัน มีความคิดสร้างสรรค์ พิถีพิถันใส่ใจในรายละเอียด และรักการเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

เอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคน ยังสามารถต่อยอดออกไปนอกร้านได้ด้วย เช่น ไปปรากฏตามสื่ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำสไตลิ่ง และจัดหาพร็อพในฉากภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์โฆษณา อินเทอร์เน็ต เป็นต้น ไปจนกระทั่งถึงการออกแบบแพกเกจจิง การเขียนตำรา และการสอนทำอาหารอีกด้วย

หน้าตาของอาหารมีผลต่อใจ

ศิลปะการตกแต่งอาหาร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนหันมาสนใจการถ่ายภาพอาหารมากขึ้น แม้แต่กับอาหารจานที่จะรับประทาน และเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อาหารจับจอง ครองพื้นที่บนโลกโซเชียลมีเดียได้เป็นจำนวนมาก คงเป็นเพราะมันคือเรื่องง่ายแก่การเข้าถึงสำหรับทุกคน ทั้งยังเป็นวิธีที่ผู้คนใช้บอกเล่าไปยังคนอื่นๆ ว่ากำลังทำอะไรอยู่อีกด้วย

ซึ่งภาพถ่ายอาหารถูกจูงใจ โดยความต้องการเผยแพร่เรื่องราวในชีวิตประจำวันสู่สาธารณะ และการโพสต์ภาพเมนูจานเด็ด ยังเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอตัวเองผ่านโลกโซเชียล เพราะภาพของอาหารที่ดูยั่วยวน ชวนน้ำลายไหลเหล่านั้นสามารถสร้างภาพลักษณ์ให้คนอื่น ๆ มองเราในเชิงบวกได้ รวมไปถึงการต้องการการยอมรับ ในภาพถ่ายอาหารเป็นภาพที่โชว์ว่าจานนี้เราทำเอง เพื่อส่งเสริมความภูมิใจในตัวเองด้วย

และอีกแง่ก็คือหน้าตาของอาหารค่อนข้างมีผลต่อการสั่งอาหารมาก ๆ เช่นกัน เพราะถ้าหากอาหารดูน่ารับประทาน มีสีสันที่สดใสสวยงาม ก็จะทำให้คนเลือกที่จะสั่งอาหารนั้นๆ และที่สำคัญคือเวลาที่เราสั่งอาหารมาทาน เราไม่ได้หวังแค่ว่าจะทานให้มันเสร็จๆ ไป เราจะคำนึงถึงสัมผัสทั้ง 5 ด้วยนั่นก็คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

1. ขนาดและสัดส่วน (Size and Proportion)ในการจัดอาหาร ขนาดและสัดส่วนนำมาเกี่ยวข้องในการจัดอาหารในภาชนะ หากภาชนะมีขนาดเล็ก อาหารในจานควรมีปริมาณที่พอดี ไม่มากจนล้นหรือเลอะออกมานอกภาชนะ เพราะจะทำให้ไม่น่ารับประทาน ในการจัดอาหารบนโต๊ะ หากโต๊ะมีขนาดเล็กภาชนะที่ใช้ควรมีสัดส่วนที่พอเหมาะไม่ใหญ่จนแน่นโต๊ะ หรือเล็กจนตักอาหารไม่ถนัด

2. ความกลมกลืน (Harmony)ความกลมกลืนในการจัดอาหารจะเกี่ยวข้องกับอาหารและภาชนะอาหารควรเหมาะสมและกลม กลืนกับภาชนะอาหารประเภททอดควรใส่ในจาน หรืออาหารประเภทน้ำควรใส่ในชาม นอกจากนี้ผลไม้ควรใส่ตะกร้าหรือถาดไม้จะเหมาะสมกว่าใส่ในถาดโลหะ อาหารบางประเภทควรคำนึงถึงความกลมกลืนของภาชนะเช่นกัน เช่น อาหารภาคเหนืออาจเสิร์ฟในขันโตก หรืออาหารภาคกลาง เสิร์ฟในจานที่ดูดสวยงาม สะอาด หรือมีขอบเป็นลวดลายไทย เป็นต้น

3. การตัดกัน (Contrast)ศิลปะในการตัดกันของการจัดอาหาร ทำได้โดยการตัดกันระหว่างการตกแต่งโต๊ะอาหารและการจัดอาหาร สีของอาหารหรือการตกแต่งอาหาร แต่ในการตัดกันไม่ควรตัดกันในปริมาณที่มาก เพราะจะทำให้ขาดความน่าสนใจ ในปัจจุบันการจัดตกแต่งโต๊ะอาหารนิยมจัดดอกไม้ให้สูงเกินมาตรฐานการจัด เพื่อสร้างความสนใจและความโดดเด่นของบรรยากาศ แต่ในการจัดควรระมัดระวังเพราะจะทำให้รกและขัดต่อการสนทนาได้ ส่วนสีของอาหารหรือการตกแต่งอาหารสามารถตัดกันได้ตามความเหมาะสมของความสวย งาม

4. เอกภาพ (Unity)เอกภาพในการจัดอาหาร ทำได้โดยการรวมกลุ่มของการจัดโต๊ะอาหาร เช่น การจัดจาน ช้อนส้อม หรือชุดอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ได้อย่างสะดวกและเหมาะสมกับอาหารที่จัดนั้น ๆ ส่วนการจัดอาหารในจานควรจัดให้พอเหมาะไม่แผ่กระจายยากต่อการรับประทาน หรือเครื่องปรุงต่าง ๆ ควรอยู่ด้วยกันกับอาหารที่เสิร์ฟนั้น ๆ

5. การซ้ำ (Repetition) การซ้ำเป็นการทำในลักษณะเดิม เช่น การตกแต่งของจานด้วยลักษณะซ้ำกันแบบเดิมอย่างมีจังหวะ ได้แก่ การวางแตงกวาเรียงรอบขอบจาน เพื่อเน้นการจัดอาหารให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น

6. จังหวะ (Rhythm) การจัดจังหวะในการตกแต่งอาหาร ทำได้หลายประการ ทั้งการจัดจังหวะของอาหารบนโต๊ะ การตกแต่ง หรือจัดตกแต่งอาหารในภาชนะ เช่น การวางแตงกวาสลับกับมะเขือเทศเรียงรอบขอบจาน หรือการจัดตกแต่งบริเวณโต๊ะอาหารด้วยสิ่งตกแต่งต่าง ๆ อย่างมีจังหวะ เช่น แจกันดอกไม้ หรือเชิงเทียน เป็นต้น

7. การเน้น (Emphasis) ศิลปะการจัดตกแต่งอาหารให้น่าสนใจอยู่ที่การเน้น การเน้นสามารถทำได้ทั้งการตกแต่งบรรยากาศในห้องอาหาร การเน้นยังเกี่ยวข้องกับสีสันของอาหาร การตกแต่งอาหาร เช่น การแกะสลักผัก ผลไม้ หรือการจัดบรรยากาศด้วยการจัดดอกไม้ ล้วนแล้วแต่เกิดจากการเน้นทั้งสิ้น หากต้องการให้อาหารที่จัดน่าสนใจ ควรคำนึงถึงศิลปะที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ สิ่งนั้นคือ การเน้นนั่นเอง

8. ความสมดุล (Balance)การจัดอาหารหรือโต๊ะอาหาร ความสมดุลจะช่วยให้พื้นที่จัดมีน้ำหนักในการจัดวางอย่างลงตัว ไม่หนาแน่นในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ทำให้ง่ายต่อการใช้สอยและงดงามต่อการมองเห็น การจัดอาหารในงานเลี้ยง พื้นที่จัดไม่ควรอยู่รวมกันเพราะจะทำให้เกิดความหนาแน่นของพื้นที่ ควรกระจายพื้นที่ในการจัดให้สมดุล โต๊ะวางอาหารควรอยู่ในบริเวณที่มีพื้นที่กว้างเพื่อสะดวกต่อการตัดอาหารขนม หวานหรือผลไม้ควรแยกออกไปอีกบริเวณหนึ่ง เพื่อสร้างความสมดุลยของพื้นที่ นอกจากนี้การจัดอาหารในจานควรคำนึงถึงความสมดุลเช่นกันเพราะความสมดุลจะทำ ให้อาหารในจานดูเหมาะสม

9. สี (Color) การใช้สีตกแต่งอาหารเป็นเรื่องง่ายกว่าการใช้สีตกแต่งในเรื่องอื่น เพราะอาหารในแต่ละอย่างจะมีสีสันในตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาหารไทย ซึ่งมีมากมายหลายสี แกงเขียวหวานสีเขียวอ่อน แกงเผ็ดสีส้ม หรือแกงเลียงสีเขียว การใช้สีตกแต่งอาหารเพียงเพื่อต้องการให้อาหารเกิดความน่ารับประทาน และสร้างจุดเด่นของอาหาร ดังนั้นการใช้สีตกแต่งอาหาร จึงควรใช้สีจากธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค เช่น สีเขียวจากใบเตย สีม่วงหรือสีน้ำเงินจากดอกอัญชัน หรือสีเหลืองจากฟักทองหรือขมิ้น เป็นต้น ถึงแม้ว่าอาหารจะมีรสอร่อยเพียงใดแต่หากขาดการปรุงแต่งด้วยสีสันอาหารนั้น อาจขาดความสนใจได้เช่นกัน

ตกแต่งจานด้วยซอส

ศิลปะการตกแต่งอาหาร

ศิลปะการตกแต่งอาหาร อย่างหนึ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ ต้องมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และใจรัก อาหารจึงจะสวยงามน่ากิน ช่วยเสริมให้อาหารที่อร่อยอยู่แล้วชวนกินและอร่อยยิ่งขึ้น
ในฉบับนี้เรามีวิธีการตกแต่งจานอาหารอย่างง่ายๆ โดยใช้ซอสชนิดต่างๆ ซึ่งมีเทคนิคแตกต่างกันมาฝาก

การใช้ขวดบีบ
ขวดพลาสติกที่มีหัวบีบปลายแหลมช่วยควบคุมซอสให้ไหลง่ายและเป็นเส้นสม่ำเสมอ เหมาะกับซอสที่มีความเข้มข้น เช่น ซอสที่มีส่วนผสมของมายองเนสหรือวิปปิงครีม โดยควรใช้ซอสหลายสีบนจานเดียวกันเพื่อให้มีสีตัดกันสะดุดตาและสวยงาม
1. เริ่มบีบขวดซอสที่บริเวณมุมจาน แล้วบีบขวดเบาๆ ลากให้เป็นเส้น
2. ค่อยๆ ลากขวดและบีบซอสไปพร้อมกัน พยายามให้เส้นซอสมีขนาดเท่ากันและไม่ขาด ทำเป็นลายเส้นซิกแซกหรือลวดลายตามชอบ

การใช้แปรงทาซอส
ความสวยงามของลายเกิดจากลักษณะของขนแปรงที่จุ่มลงในซอสแล้วลากลงบนจาน ซึ่งควรใช้จานสีขาวคู่กับซอสสีเข้ม จะช่วยให้ลายซอสดูเด่นขึ้นมา เช่น ซอสเทอริยากิ หรือซอสที่เคี่ยวกับน้ำตาลเพื่อให้หนืดเข้มข้น
1. ใช้แปรงจุ่มซอสให้ชุ่ม
2. ลากแปรงลงบนจาน กดเล็กน้อยเพื่อให้ซอสติดจาน ถ้าลายไม่ชัดสามารถทาซ้ำได้อีกครั้ง

การใช้ช้อน
สามารถใช้ได้ทั้งช้อนคาวที่ใช้กินข้าวและช้อนกาแฟ ทำลูกเล่นได้หลากหลาย ใช้ได้ทั้งซอสที่มีส่วนผสมของน้ำมันอย่างเพสโตซอส และครีมซอส
1. ตักซอสแล้วหยดลงบนจาน
2. ใช้ปลายช้อนลากซอสเพื่อให้เป็นเส้น จะลากตรงหรือลากโค้งตามชอบให้สวยงามก็ได้

การใช้ไม้ปลายแหลม
ไม้ปลายแหลมใช้ขีดหรือลากซอสเพื่อทำลายดอกไม้หรือลายที่ต้องการความละเอียด มากขึ้น วิธีนี้ใช้มากในการตกแต่งขนมหวานและเบเกอรี่ ซอสที่นิยมใช้ เช่น ซอสวานิลลา ซอสสตรอว์เบอร์รี ซอสช็อกโกแลต
1. หยดซอสให้เป็นจุดต่อๆ กัน พยายามให้มีความห่างเท่ากัน

2. ลากไม้ปลายแหลมผ่านซอส โดยเริ่มจากจุดแรกจนถึงจุดสุดท้าย

ปัจจัยอื่นๆ ในการจัดจาน

ศิลปะการตกแต่งอาหาร

ส่วนผสมที่ออกมาจากพิมพ์เดียวกัน
ส่วนผสมที่ตัดหรือแกะสลักด้วยความชำนาญสามารถเพิ่มเสน่ห์ทางสายตาให้แก่ อาหารได้ หั่นสไลซ์ชิ้นเนื้อไม่มีกระดูกแนวเฉียงเพื่อแสดงการทำอาหารและคุณภาพอย่างดี อาหารที่แกะสลักยังช่วยสร้างความสูงและโครงสร้างและทำให้จานดูสะอาดเรียบ ร้อยอีกด้วย

  • ซอส

สร้างลักษณะเฉพาะในรูปของจุดต่างๆ บนด้านข้างของจานหรือทำให้เป็นเอกลักษณ์บนด้านใดด้านหนึ่งของจาน เมื่อเทซอส ให้เทเบาๆ หรือทำให้ซอสเป็นละอองบนจาน จะทำไว้เหนืออาหารหรือใต้อาหารก็ได้

  • ของตกแต่งจาน

ของตกแต่งจานจะทำหน้าที่เป็นตัวเน้นเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาหรือเน้นสีสัน ของอาหารจานหลัก มีไว้เพื่อเพิ่มและให้เข้ากับรสชาติของอาหารจานนั้น ไม่ใช่กลบ เรามีแนวทางง่ายๆ ในการใช้ของตกแต่งจานดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการกองสุมของตกแต่งจานตรงมุมจานเพียงมุมเดียว

สร้างสีสันและรูปทรงที่ฉูดฉาดโดยจัดของตกแต่งจานรอบๆ อาหารจานหลัก
ของตกแต่งควรเป็นสิ่งที่ทานได้เสมอ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ดอกผักชีฝรั่ง เลมอนทวิสต์ แท่งอบเชย หรือสมุนไพรดิบ
ของตกแต่งควรจัดลงจานอย่างรวดเร็วเพื่อให้เสิร์ฟอาหารถึงโต๊ะได้ในขณะที่ยังอุ่นอยู่

มาดูสิ่งที่ไม่ต้องตกแต่งก็มีคุณค่ามากมายกันดีกว่า ผักผลไม้กากใยสูง 14 ชนิด เป็นมิตรต่อลำไส้ ช่วยในการขับถ่าย ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงอีกทั้งยังคอยช่วยบำรุงผิวพรรณอีกด้วย

อ่านบทความเพิ่มเติม รู้จักแมวไทย 10 ชนิด ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *